เราจะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยได้อย่างไร ?

จากข้อมูลการประชุมของสภาเศรษฐกิจโลก คือ รายงานความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก พ.ศ. 2555-2556 (The Global Competitiveness Report 2012-2013) ได้จัดอันดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยในกลุ่มอาเซียน อยู่ในกลุ่มสุดท้ายอันดับที่ 8 เป็นกลุ่มที่มีคะแนนต่ำที่สุด

สำหรับอันดับที่จัดเรียงจากสูงไปหาต่ำมีดังนี้คือ

1.สิงคโปร์ 2.มาเลเซีย 3.บรูไน 4.ฟิลิปปินส์ 5.อินโดนีเซีย 6.กัมพูชา 7.เวียดนาม 8.ไทย ส่วนลาวกับพม่าไม่ได้รวมเข้ามาด้วยเนื่องจากถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศประเทศ ที่พัฒนาน้อยที่สุด (Least developed country)

จะเห็นได้เป็นภาระสำหรับชาวการศึกษาที่จะต้องไปขบคิดที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ให้ไปไกลกว่าเป็นอยู่  ในฐานะผู้ที่ทำงานในพื้นที่ได้มองว่าถ้าหากจะช่วยการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยแล้ว จะมีตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดอยู่เพียง 2 ส่วน คือ

ส่วนแรก คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในระดับสถานศึกษา ผู้บริหารจะต้องเป็นผู้นำทางวิชาการอย่างแท้จริง จะต้องแสดงบทบาทของผู้นำทางการศึกษา ซึ่งภารกิจสำคัญยิ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษาต้องกระทำ ก็คือ การนิเทศติดตาม การกำกับดูแล การตรวจสอบ และการประเมินผล ทั้งหมดต้องดำเนินการในหลักวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนวิจัยมาช่วย ผู้เขียนคิดว่าในเบื้องต้นถ้าผู้บริหารได้ปฏิบัติตามนี้ ก็จะทำให้คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขยับแล้ว

ส่วนที่สอง คือ ผู้สอน  ถือเป็นบุคคลที่สำคัญมาก เพราะเป็นผู้ที่ลงมือปฏิบัติ ฉะนั้น ผู้สอนจะต้องปฏิบัติในสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยเบื้องต้น คือ

  • ผู้สอนต้องเข้าใจหลักสูตรอย่างถ่องแท้
  • ผู้สอนต้องมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาที่ตนเองรับผิดชอบ
  • ผู้สอนต้องวิเคราะห์ผู้เรียนตามวิชาที่ตนรับผิดชอบ
  • ผู้สอนต้องเตรียมสื่อ เตรียมการสอน
  • ผู้สอนต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย
  • ผู้สอนต้องนำเทคโนโลยีมาใช้
  • ผู้สอนต้องมีความรู้เรื่องการวัดผลประเมินผลอย่างแท้จริง
  • ผู้สอนต้องใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน
  • ผู้สอนต้องทุมเทพลังกายพลังใจ
  • ผู้สอนต้องค้นคว้าหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
  • ผู้สอนต้องปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ
  • ผู้สอนต้องสร้างบรรยายกาศในการเรียนรู้

ทำเท่านี้คุณภาพการศึกษาของไทยก็จะขยับแล้ว  แต่ทุกวันนี้ ทั้งผู้บริหารและผู้สอน (ส่วนใหญ่) ไม่ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทที่ควรจะทำ  การไปแก้เรื่องหลักสูตร ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะต้นเหตุที่แท้จริงอยู่ที่สถานศึกษา

เรื่องนี้ถูกเขียนใน บทความ และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s